คำตอบสั้น ๆ: ค่าไฟบ้านโครงสร้างใหม่เริ่มตั้งแต่บิลเดือนกันยายน 2569 แต่ตัวเลขเฉลี่ย 3.86 บาทต่อหน่วยไม่ได้ทำให้โซลาร์ “ไม่คุ้ม” หรือ “คุ้ม” เหมือนกันทุกบ้าน สิ่งที่ต้องดูคือหน่วยไฟช่วงกลางวันที่โซลาร์ช่วยลดได้จริง

ค่าไฟโครงสร้างใหม่เริ่มเมื่อไร?

สำนักงาน กกพ. ประกาศเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ว่า ที่ประชุม กกพ. วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เห็นชอบอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าใหม่สำหรับบ้านอยู่อาศัย ให้มีผลตั้งแต่ บิลค่าไฟประจำเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป

การเปลี่ยนโครงสร้างครั้งนี้ทำให้ค่าไฟฟ้าฐานเฉลี่ยลดจาก 3.78 เหลือ 3.69 บาทต่อหน่วย เมื่อรวมค่า Ft งวดกันยายน–ธันวาคม 2569 ที่ 0.1623 บาทต่อหน่วย ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทจึงลดจาก 3.95 เหลือประมาณ 3.86 บาทต่อหน่วยก่อน VAT

อัตราค่าพลังงานไฟฟ้าบ้านใหม่เป็นเท่าไร?

โครงสร้างอัตราค่าไฟบ้านใหม่ เริ่มบิลเดือนกันยายน 2569 แยกช่วง 0–200, 201–400 และตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป
สรุปอัตราค่าพลังงานบ้านอยู่อาศัยแบบปกติจากประกาศ PEA ยังไม่รวมค่า Ft ค่าบริการ และ VAT
0–200 หน่วยไม่เกิน 3.0000 บาท/หน่วย*
201–400 หน่วย4.1584 บาท/หน่วย
401 หน่วยขึ้นไป4.3583 บาท/หน่วย

*สำหรับบ้านมิเตอร์ขนาดเล็กประเภทที่กำหนด หน่วยที่ 0–15 และ 16–25 ยังมีอัตราต่ำกว่า 3 บาท ส่วนหน่วยที่ 26–200 คิด 3.0000 บาทต่อหน่วย รายละเอียดประเภทผู้ใช้ไฟต้องดูจากบิลและประกาศของการไฟฟ้า

ค่า Ft 16.23 สตางค์อยู่ตรงไหนในบิล?

ค่า Ft เป็นค่าไฟฟ้าผันแปรที่ทบทวนเป็นงวด สำหรับเดือนกันยายน–ธันวาคม 2569 กกพ. กำหนดไว้ที่ 0.1623 บาทต่อหน่วย และคิดจากจำนวนหน่วยที่ใช้ทั้งรอบบิล

ตัวอย่างเฉพาะองค์ประกอบ Ft ใช้ไฟ 500 kWh × 0.1623 = 81.15 บาทก่อน VAT

ยอดนี้ยังไม่ใช่บิลทั้งหมด ต้องรวมค่าพลังงานตามแต่ละขั้น ค่าบริการ และ VAT ด้วย

หนึ่งหน่วยที่โซลาร์ช่วยลด มีมูลค่าเท่าไร?

การประเมินโซลาร์ไม่ควรนำ 3.86 บาทไปคูณไฟที่แผงผลิตทั้งหมด แต่ต้องดูว่าไฟจากโซลาร์ไปแทน “หน่วยส่วนไหน” ของบิล และบ้านใช้ไฟได้พร้อมช่วงที่ระบบกำลังผลิตหรือไม่

ตัวอย่าง หากโซลาร์ 100 kWh ไปแทนหน่วยตั้งแต่ 401 ขึ้นไป มูลค่าค่าพลังงานและ Ft ที่หลีกเลี่ยงได้จะอยู่ประมาณ 452.06 บาทก่อน VAT หรือประมาณ 483.70 บาทรวม VAT ขณะที่การขายไฟส่วนเกิน 100 kWh ที่ 2.20 บาทต่อหน่วย จะมีมูลค่า 220 บาทตามเงื่อนไขโครงการ

เปรียบเทียบตัวอย่าง Solar 100 หน่วย ใช้เองในบ้านมีมูลค่าประมาณ 483.70 บาท เทียบกับขายส่วนเกิน 220 บาท
ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายแนวคิด ไม่ใช่ผลวิเคราะห์หรือคำรับประกันของบ้านจริง มูลค่าจริงขึ้นกับช่วงหน่วย Load กลางวัน และสิทธิขายไฟ
ตัวอย่างหน่วยตั้งแต่ 401 ขึ้นไป (4.3583 + Ft 0.1623) × 1.07 × 100 ≈ 483.70 บาท

ไม่รวมค่าบริการ เพราะค่าบริการรายเดือนไม่ได้ลดลงตามจำนวนหน่วยที่โซลาร์ผลิต อ่านเงื่อนไขขายไฟเพิ่มได้ที่ บทความขายไฟคืน 2.20 บาท

ค่าไฟลดลงแล้ว โซลาร์ยังคุ้มอยู่ไหม?

อาจยังคุ้ม หากบ้านมี Load กลางวันต่อเนื่องและเลือกระบบพอดีกับการใช้จริง เช่น ทำงานที่บ้าน เปิดแอร์หรือปั๊มน้ำช่วงกลางวัน มีอุปกรณ์ทำงานตลอดวัน หรือชาร์จรถ EV ตอนมีแดด

ความคุ้มอาจลดลงเมื่อบ้านใช้ไฟหนักหลังพระอาทิตย์ตก ติดระบบใหญ่เกิน Load กลางวัน มีเงาบังมาก หรือคาดหวังรายได้จากการส่งออกเป็นหลัก ค่าไฟเฉลี่ยที่ลดลง 9 สตางค์จึงไม่สามารถบอกระยะคืนทุนของทุกบ้านได้จากตัวเลขเดียว

01

ดูหน่วยที่ใช้เอง

ไฟที่ผลิตและใช้พร้อมกันมักมีมูลค่าสูงกว่าส่วนที่เหลือส่งออก

02

ดู Load กลางวัน

ยอดเงินบาทบนบิลไม่บอกว่าบ้านใช้ไฟตอนไหน ต้องดูเวลาเปิดแอร์ ปั๊มน้ำ EV และอุปกรณ์หลัก

03

ดูระบบทั้งปี

ใช้บิลหลายเดือนเพื่อเห็นฤดูกาล ไม่สรุปขนาดระบบจากบิลเดือนเดียว

04

แยกเป้าหมายแบตเตอรี่

หากต้องการใช้ไฟกลางคืนหรือไฟสำรอง ต้องประเมิน Hybrid, Battery และวงจร Backup แยกจากโจทย์ลดค่าไฟกลางวัน

ค่าไฟ 3,000 / 5,000 / 10,000 บาท ควรติดกี่ kW?

ยอดค่าไฟใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่ยังระบุขนาดระบบไม่ได้ทันที บ้านสองหลังที่จ่ายเท่ากันอาจเหมาะกับโซลาร์คนละขนาด เพราะบ้านหนึ่งใช้ไฟตอนกลางวัน แต่อีกบ้านใช้หนักตอนค่ำ

ก่อนตอบเรื่องขนาด ควรดูจำนวน kWh ย้อนหลัง ช่วงเวลาใช้ไฟ ระบบ 1 เฟสหรือ 3 เฟส พื้นที่หลังคา เงาบัง และเป้าหมายว่าต้องการลดค่าไฟ ใช้แบตเตอรี่ หรือสำรองไฟ อ่านตัวอย่างเพิ่มเติมได้ที่ ค่าไฟเท่ากัน ทำไมขนาดโซลาร์ที่เหมาะสมไม่เท่ากัน?

ก่อนให้ Elise ประเมิน ควรเตรียมอะไร?

เช็กลิสต์ข้อมูลสำหรับประเมิน Solar ได้แก่ บิลย้อนหลัง จำนวนหน่วย ช่วงเวลาใช้ไฟ ระบบไฟบ้าน หลังคาและเป้าหมายระบบ
ยิ่งมีข้อมูลหลายเดือนและเวลาใช้ไฟจริง การเทียบขนาดระบบยิ่งแม่นกว่าการดูยอดเงินเพียงใบเดียว
  • บิลหรือประวัติการใช้ไฟย้อนหลัง 6–12 เดือน พร้อมจำนวนหน่วย kWh
  • ช่วงเวลาที่เปิดแอร์ ปั๊มน้ำ เครื่องจักร หรือชาร์จรถ EV
  • ข้อมูลระบบไฟ 1 เฟสหรือ 3 เฟส
  • รูปหลังคา ทิศ พื้นที่วางแผง และจุดที่มีเงาบัง
  • เป้าหมายหลัก: ลดค่าไฟ ใช้ไฟกลางคืน หรือสำรองไฟ

วิธีที่ Elise ใช้ออกแบบระบบ

  1. Consumption
    ตรวจหน่วยใช้ไฟรวมและความเปลี่ยนแปลงตลอดปี
  2. Daytime Load
    แยกไฟที่ใช้พร้อมช่วงโซลาร์ผลิต ไม่ใช้ยอดบิลรวมแทน Load Profile
  3. Export
    ประเมินส่วนเกินที่มีแนวโน้มส่งออกหลังบ้านใช้เองแล้ว
  4. Night Load / Backup
    แยกโจทย์กลางคืนและไฟสำรองก่อนเลือก Hybrid หรือ Battery

คำถามที่พบบ่อย

ค่าไฟเฉลี่ย 3.86 บาท เริ่มใช้เดือนไหน?

เริ่มตั้งแต่บิลค่าไฟประจำเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ตามประกาศ กกพ. และการไฟฟ้า

ทุกบ้านคิดหน่วยละ 3.86 บาทหรือไม่?

ไม่ใช่ 3.86 บาทเป็นค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทก่อน VAT บิลจริงคิดตามประเภทผู้ใช้ไฟ ช่วงหน่วย ค่า Ft ค่าบริการ และ VAT

200 หน่วยแรกคิด 3 บาททั้งหมดหรือไม่?

โครงสร้างใหม่กำหนดให้ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย แต่บ้านมิเตอร์ขนาดเล็กประเภทที่กำหนดยังมีอัตราหน่วยที่ 0–15 และ 16–25 ต่ำกว่า 3 บาท

ค่าไฟลดแล้ว ระยะคืนทุนโซลาร์จะช้าลงมากไหม?

ตอบจากค่าเฉลี่ยประเทศอย่างเดียวไม่ได้ ต้องคำนวณจากหน่วยที่โซลาร์ลดได้จริง Load กลางวัน ราคาติดตั้ง ปริมาณผลิต และสัดส่วนไฟส่งออกของบ้านนั้น

ถ้าใช้ไฟกลางคืนมาก ควรติดโซลาร์หรือไม่?

ยังอาจติดได้ แต่ต้องแยกโจทย์ให้ชัด หากต้องการลดค่าไฟให้ดู Load กลางวัน หากต้องการย้ายไฟไปใช้กลางคืนหรือสำรองไฟ ต้องประเมิน Hybrid และ Battery เพิ่ม

แหล่งข้อมูลทางการ

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดวันที่ 15 สิงหาคม 2569 อัตรา ค่า Ft ประเภทผู้ใช้ไฟ และเงื่อนไขโครงการอาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจประกาศของการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ

สรุป: ค่าไฟเฉลี่ยลด แต่ต้องคำนวณโซลาร์จากบ้านจริง

ค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเฉลี่ยทุกประเภทลดเหลือ 3.86 บาทต่อหน่วยก่อน VAT และโครงสร้างบ้านอยู่อาศัยใหม่ช่วยลดค่าพลังงานในแต่ละช่วง แต่ความคุ้มของโซลาร์ยังขึ้นกับว่าไฟจากแผงแทนหน่วยราคาใด ใช้เองได้มากแค่ไหน และระบบพอดีกับ Load กลางวันหรือไม่

อยากรู้ว่าค่าไฟโครงสร้างใหม่มีผลกับบ้านคุณแค่ไหน?

ส่งบิลย้อนหลังและช่วงเวลาใช้ไฟให้ทีม Elise วิเคราะห์เบื้องต้น แล้วค่อยเปรียบเทียบขนาดระบบจากข้อมูลจริง

ส่งข้อมูลให้ทีมวิศวกร ประเมินการใช้ไฟเบื้องต้น