คำว่า “ขายไฟคืน 2.20 บาท” อาจทำให้เข้าใจว่าแผงผลิตได้เท่าไรก็ขายได้ทั้งหมด แต่โครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชนออกแบบให้บ้าน ผลิตเพื่อใช้เองเป็นหลัก และให้การไฟฟ้ารับซื้อเฉพาะพลังงานที่เหลือส่งออกผ่านมิเตอร์รับ–จ่ายเท่านั้น
โครงการรับซื้อไฟ 2.20 บาท ปี 2569 คืออะไร?
สำนักงาน กกพ. เผยแพร่ประกาศเชิญชวนโครงการสำหรับบ้านอยู่อาศัยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 และช่องทางของการไฟฟ้าเปิดรับคำขอตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เป้าหมายรับซื้อรวมของ MEA และ PEA อยู่ที่ไม่เกิน 500 MW (AC) โดยพิจารณาคำขอที่สมบูรณ์ตามลำดับก่อน–หลัง
เมื่อตรวจสอบวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ทั้ง MEA My Energy และ PEA PPIM ยังแสดงโครงการปี 2569 อย่างไรก็ตาม สถานะ โควตา รายการอุปกรณ์ และเงื่อนไขปฏิบัติอาจเปลี่ยนได้ จึงต้องตรวจหน้าทางการอีกครั้งก่อนยื่นจริง
เงื่อนไขหลัก: ใครสมัครได้?
ผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย
โครงการรอบนี้ไม่ใช่อัตราสำหรับร้านค้า บริษัท หรือโรงงาน
ผู้สมัครต้องเป็นเจ้าของเครื่องวัดไฟฟ้า
ชื่อผู้ยื่นต้องตรงกับทะเบียนผู้ใช้ไฟ หากข้อมูลยังไม่ตรงควรแก้กับการไฟฟ้าก่อนยื่นคำขอ
ติดตั้งบนหลังคาอาคาร
ประกาศกำหนด Solar Rooftop และไม่รวมระบบที่ติดตั้งบนพื้นดินแบบ Ground-mounted
เสนอขายได้สูงสุด 5 kW (AC) ต่อมิเตอร์
ตัวเลขนี้เป็นขีดจำกัดกำลังไฟฟ้าฝั่ง AC ที่เสนอขาย ไม่ใช่จำนวนหน่วยต่อวันหรือต่อเดือน
รับซื้อ 2.20 บาทต่อ kWh นาน 10 ปี
สิทธิเริ่มตามวันที่จ่ายไฟเชิงพาณิชย์ในสัญญา และต้องดำเนินการตามกรอบเวลาของโครงการ
ต้องผ่านการพิจารณาและมีโควตา
การติดแผงไม่ได้ทำให้ได้สิทธิขายไฟอัตโนมัติ คำขอ อุปกรณ์ การเชื่อมต่อ และโควตาต้องผ่านเงื่อนไขครบถ้วน
ไฟโซลาร์เดินทางอย่างไรก่อนขายคืน?
เมื่อมีแดด แผงผลิตไฟ DC และอินเวอร์เตอร์แปลงเป็นไฟ AC ให้เครื่องใช้ในบ้านนำไปใช้ก่อน หากบ้านใช้มากกว่าที่โซลาร์ผลิต ระบบจะซื้อส่วนที่ขาดจากการไฟฟ้าตามปกติ แต่หากผลิตเกิน ส่วนที่เหลือจึงไหลผ่านมิเตอร์รับ–จ่ายออกไปยังระบบของการไฟฟ้า
5 kW (AC) ไม่เท่ากับ 5 kWh และไม่ใช่คำตอบเรื่องขนาดแผง
กำลัง ณ ขณะหนึ่ง
เพดาน 5 kW (AC) ในโครงการหมายถึงกำลังที่เสนอขายต่อมิเตอร์ ไม่ใช่โควตาพลังงานรายวันหรือรายเดือน
พลังงานสะสมตามเวลา
การไฟฟ้าจ่ายค่าพลังงานส่วนเกินที่วัดได้จริงเป็นหน่วย kWh ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย
เพดาน 5 kW (AC) จึงไม่ควรถูกใช้สรุปทันทีว่าทุกบ้านต้องติดแผงไม่เกิน 5 kWp หรือควรติดเท่ากัน บ้านแต่ละหลังยังต้องดู Load Profile พื้นที่หลังคา เงาบัง ระบบไฟ และข้อกำหนดเชื่อมต่อของการไฟฟ้าในพื้นที่
สำหรับพื้นที่ MEA หากกำลังอินเวอร์เตอร์รวมมากกว่า 5 kW ต้องใช้อุปกรณ์ควบคุมการส่งไฟย้อน Export Limiting Device และเลือกอินเวอร์เตอร์ รุ่น Firmware และอุปกรณ์ที่ MEA รับรอง ดูข้อกำหนดล่าสุดได้จาก รายละเอียดการรับซื้อไฟของ MEA ส่วนพื้นที่ PEA ต้องตรวจข้อกำหนดโครงข่ายและรายการอุปกรณ์ของ PEA แยกต่างหาก ไม่ควรนำข้อกำหนดของสองพื้นที่มาปะปนกัน
แล้วขายไฟคืนคุ้มจริงไหม?
คำตอบไม่ได้อยู่ที่อัตรา 2.20 บาทเพียงตัวเดียว แต่ขึ้นกับว่าบ้านใช้ไฟช่วงกลางวันมากน้อยแค่ไหน หน่วยที่ใช้เองช่วยลดการซื้อไฟตามอัตราและองค์ประกอบในบิลของบ้าน ขณะที่หน่วยที่เหลือส่งออกจึงมีมูลค่ารับซื้อ 2.20 บาทภายใต้สัญญา
6 × 2.20 = 13.20 บาท
ตัวเลขนี้ใช้อธิบายวิธีคิดเท่านั้น ผลผลิต การใช้เอง การส่งออก และยอดรับซื้อจริงเปลี่ยนตามบ้าน ฤดูกาล อุปกรณ์ สถานะสัญญา และเงื่อนไขการวัดหน่วย
หากติดระบบใหญ่เพื่อหวังขายไฟ แต่บ้านใช้ไฟกลางวันน้อย ระบบอาจมีส่วนเกินมากโดยผลตอบแทนต่อหน่วยต่ำกว่าประโยชน์ของการใช้เอง แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือออกแบบจากบิลและช่วงเวลาการใช้ไฟจริง แล้วค่อยประเมินว่าส่วนเกินที่คาดว่าจะขายได้ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าเท่าไร
ขั้นตอนสมัคร MEA และ PEA โดยสรุป
- ตรวจประเภทผู้ใช้ไฟและชื่อเจ้าของมิเตอร์
ใช้บิลปัจจุบันตรวจว่าบ้านเป็นประเภทที่ 1 และชื่อผู้สมัครตรงกับทะเบียนผู้ใช้ไฟ - สำรวจ Load Profile หลังคา และระบบไฟเดิม
แยกไฟที่ใช้กลางวันออกจากยอดบิลรวม พร้อมตรวจทิศ เงาบัง โครงสร้าง ตู้ไฟ และเฟสของระบบ - ออกแบบกำลังผลิตและกำลังส่งออก
ให้ขนาดแผง อินเวอร์เตอร์ และการจำกัดไฟย้อนสอดคล้องกับการใช้จริงและข้อกำหนดของการไฟฟ้า - เลือกอุปกรณ์ที่ผ่านเกณฑ์พื้นที่
ตรวจรุ่นและ Firmware ของอินเวอร์เตอร์ รวมถึงอุปกรณ์ Export Limit หรืออุปกรณ์ป้องกันตามรายการล่าสุด - ยื่นคำขอในระบบทางการ
พื้นที่ MEA ใช้ My Energy ส่วนพื้นที่ PEA ใช้ PPIM พร้อมเอกสารตามคู่มือของแต่ละระบบ - รอพิจารณา ลงนาม และเชื่อมต่อ
ชำระค่าดำเนินการหรือตรวจสอบตามที่การไฟฟ้าแจ้ง ลงนามสัญญา และจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ภายในกรอบโครงการ
ก่อนติดตั้งเพื่อขายไฟ ควรให้วิศวกรตรวจอะไร?
คำถามที่พบบ่อย
5 kW คือขายได้ต่อวันหรือต่อเดือน?
ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง 5 kW เป็นขีดจำกัดกำลังไฟฟ้ากระแสสลับที่เสนอขายต่อมิเตอร์ ส่วนพลังงานที่ขายจริงสะสมเป็น kWh ตามการส่งออกที่มิเตอร์วัดได้
ติดแผงเกิน 5 kWp ได้หรือไม่?
เพดานโครงการระบุ 5 kW (AC) สำหรับกำลังเสนอขาย จึงตอบขนาดแผง DC จากตัวเลขนี้อย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูแบบระบบ กำลังอินเวอร์เตอร์ อุปกรณ์จำกัดไฟย้อน และการอนุมัติของ MEA หรือ PEA ในพื้นที่
ร้านค้า บริษัท หรือโรงงานสมัครอัตรา 2.20 บาทรอบนี้ได้ไหม?
ไม่ได้ภายใต้โครงการที่อธิบายในบทความนี้ เพราะประกาศระบุผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย ธุรกิจต้องตรวจโครงการและเงื่อนไขอื่นที่ตรงกับประเภทผู้ใช้ไฟของตน
ติดโซลาร์แล้วได้สิทธิขายไฟอัตโนมัติหรือไม่?
ไม่อัตโนมัติ ต้องยื่นคำขอ ผ่านการพิจารณา ใช้อุปกรณ์ตามข้อกำหนด เชื่อมต่อระบบอย่างถูกต้อง ลงนามสัญญา และยังมีโควตารับซื้อ
ไฟที่ขายออกหักกับไฟที่ซื้อแบบหน่วยต่อหน่วยไหม?
ไม่ใช่ Net Metering 1:1 โครงการรับซื้อพลังงานส่วนเกินที่ส่งออกในอัตรา 2.20 บาท/kWh ขณะที่ไฟที่บ้านซื้อเข้าคิดตามอัตราค่าไฟของผู้ใช้รายนั้น
ติดตั้งอยู่แล้ว ยังสมัครได้ไหม?
อย่าสรุปจากอายุระบบเพียงอย่างเดียว ต้องให้การไฟฟ้าตรวจสถานะการเชื่อมต่อ สิทธิเดิม แบบระบบ รุ่นอุปกรณ์ และเอกสารว่าตรงเงื่อนไขโครงการปัจจุบันหรือไม่
แหล่งข้อมูลทางการ
- สำนักงาน กกพ. — ประกาศโครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชน พ.ศ. 2569
- MEA My Energy — ช่องทางโครงการในพื้นที่การไฟฟ้านครหลวง
- PEA PPIM — รายละเอียดโครงการสำหรับคำขอตั้งแต่ปี 2569
- PEA — คู่มือการยื่นคำขอขายไฟ Solar PV Rooftop ผ่าน PPIM
ข้อมูลตรวจสอบล่าสุดวันที่ 14 สิงหาคม 2569 โปรดตรวจสถานะ โควตา เอกสาร และรายการอุปกรณ์จากการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนยื่นคำขอทุกครั้ง
สรุป: ใช้เองให้คุ้มก่อน แล้วค่อยขายส่วนเกิน
โครงการ 2.20 บาทช่วยให้พลังงานที่บ้านผลิตเกินไม่สูญเปล่า แต่หัวใจของระบบที่คุ้มยังอยู่ที่การจับคู่กำลังผลิตกับการใช้ไฟจริง การออกแบบจาก Load Profile ช่วยลดโอกาสติดแผงเกินจำเป็น แยกให้ชัดว่าบ้านจะใช้เองเท่าไร ขายเท่าไร และต้องใช้อุปกรณ์ใดจึงผ่านข้อกำหนดของพื้นที่
อยากรู้ว่าบ้านควรติดเท่าไร และคาดว่าจะเหลือขายแค่ไหน?
ส่งบิลค่าไฟและช่วงเวลาที่บ้านใช้ไฟให้ทีม Elise วิเคราะห์เบื้องต้น ก่อนสำรวจหลังคา ระบบไฟ และออกแบบเพื่อใช้เองให้คุ้มที่สุด