ลองนึกถึงบ้านสามหลังที่จ่ายค่าไฟเดือนละประมาณ 5,000 บาทเท่ากัน หลังแรกมีคนอยู่บ้านช่วงกลางวัน หลังที่สองกลับบ้านหลังหกโมงเย็น ส่วนหลังที่สามชาร์จรถ EV ตอนกลางคืน หากดูเฉพาะยอดเงิน ทั้งสามบ้านอาจดูเหมือนกัน แต่สำหรับการออกแบบโซลาร์เซลล์ บ้านทั้งสามมีโจทย์คนละแบบ

บิลค่าไฟบอกอะไร และยังไม่บอกอะไร

ยอดค่าไฟช่วยให้เห็นภาพรวมว่าบ้านใช้พลังงานประมาณเท่าไรในหนึ่งรอบบิล รวมถึงใช้ตรวจสอบแนวโน้มหลายเดือนย้อนหลังได้ แต่ยอดรวมเพียงตัวเดียวไม่ได้แยกว่าไฟถูกใช้ตอนมีแดด ตอนเย็น หรือตอนกลางคืน

ข้อมูลที่หายไปนี้เรียกว่า Load Profile หรือรูปแบบการใช้ไฟตามเวลา ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสัดส่วนไฟโซลาร์ที่บ้านสามารถใช้ได้ทันที หากผลิตเกินช่วงที่บ้านไม่ได้ใช้ไฟ พลังงานส่วนเกินก็ไม่ได้มีมูลค่าเท่ากับไฟที่นำมาใช้ลดการซื้อจากระบบในขณะนั้นเสมอไป

  • บิลย้อนหลัง บอกแนวโน้มการใช้พลังงานรวมและฤดูกาล
  • Load Profile บอกว่าโหลดเกิดช่วงเวลาใดและสูงแค่ไหน
  • ข้อมูลหลังคา บอกว่าติดตั้งได้จริงกี่แผงและผลิตไฟได้ในช่วงใด
  • เป้าหมายของเจ้าของบ้าน บอกว่าต้องการลดค่าไฟ สำรองไฟ หรือรองรับ EV

บ้าน 3 หลัง ยอดรวมใกล้กัน แต่รูปแบบโหลดต่างกัน

กราฟด้านล่างเป็นกราฟจำลองเพื่ออธิบายแนวคิด แต่ละบ้านกำหนดให้มีปริมาณการใช้ไฟรวมเท่ากัน แล้วกระจายการใช้ไฟไปคนละช่วงเวลา พื้นสีเหลืองแสดงช่วงที่โซลาร์มีโอกาสผลิตไฟ ส่วนแท่งสีน้ำเงินแสดงโหลดสัมพัทธ์ของบ้าน

Load Profile จำลองตลอด 24 ชั่วโมง เปรียบเทียบรูปแบบเวลา ไม่ใช่ค่ากำลังไฟจริงของบ้าน
โหลดของบ้าน ช่วงผลิตไฟของโซลาร์
บ้าน Aโหลดสูงกลางวัน
00:0006:0012:0018:0024:00
บ้าน Bโหลดสูงหลัง 18:00
00:0006:0012:0018:0024:00
บ้าน Cมี EV ชาร์จกลางคืน
00:0006:0012:0018:0024:00
A

ใช้ไฟกลางวันมาก

โหลดทับซ้อนกับช่วงผลิตโซลาร์มาก จึงมีโอกาสใช้ไฟที่ผลิตได้โดยตรง แต่ขนาดจริงยังต้องดูโหลดสูงสุดและพื้นที่หลังคา

B

ใช้ไฟช่วงเย็นมาก

ยอดบิลอาจสูงเท่ากัน แต่โหลดกลางวันอาจน้อย การติดแผงมากเกินโหลดกลางวันจึงต้องประเมินพลังงานส่วนเกินอย่างรอบคอบ

C

มี EV ชาร์จกลางคืน

ควรเปรียบเทียบการย้ายเวลาชาร์จ อัตราค่าไฟที่ใช้อยู่ และแบตเตอรี่ก่อนเลือก ไม่ควรสรุปว่า EV ต้องใช้ระบบ Hybrid เสมอ

4 ข้อมูลที่ต้องดูร่วมกันก่อนเลือกขนาดระบบ

ภาพจำลองช่างตรวจวัดโหลด พื้นที่หลังคา เงาบังบนแผง และรถ EV ที่ชาร์จช่วงเย็น
ภาพประกอบจำลอง — การสำรวจจริงต้องตรวจอุปกรณ์ไฟฟ้า หลังคา และรูปแบบการใช้งานของแต่ละสถานที่
1. หน่วยไฟกลางวันมีโหลดเกิดขึ้นตอนที่โซลาร์ผลิตไฟจริงเท่าไร
2. ศักยภาพหลังคาพื้นที่ ทิศ ความลาดเอียง และตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์
3. เงาบังเงาจากต้นไม้หรืออาคารเปลี่ยนไปตามเวลาและฤดูกาล
4. เวลาใช้ไฟพฤติกรรมช่วงกลางวัน เย็น กลางคืน และเวลาชาร์จ EV

ใช้ไฟกลางคืน ไม่ได้แปลว่าต้องติดแบตเตอรี่เสมอไป

แบตเตอรี่ช่วยเก็บพลังงานไปใช้ภายหลังและสามารถตอบโจทย์เรื่องไฟสำรองได้ แต่ควรประเมินต้นทุน อายุการใช้งาน พลังงานที่ต้องการสำรอง และรูปแบบโหลดจริงร่วมกันก่อนตัดสินใจ

วิธีประเมินที่ใกล้เคียงการใช้งานจริง

  1. ดูบิลย้อนหลังหลายเดือน
    เพื่อเห็นยอดใช้ไฟ ฤดูกาล และความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม
  2. เก็บข้อมูลช่วงเวลาใช้ไฟ
    เริ่มจากตารางเวลาใช้งาน และใช้ข้อมูลมิเตอร์หรืออุปกรณ์วัดโหลดเมื่อจำเป็น
  3. สำรวจพื้นที่หลังคาและเงาบัง
    ตรวจว่าขนาดที่คำนวณจากโหลดสามารถติดตั้งและผลิตไฟได้จริงหรือไม่
  4. จำลองหลายทางเลือก
    เปรียบเทียบขนาดระบบ การปรับเวลาใช้ไฟ อัตราค่าไฟ และแบตเตอรี่ตามเป้าหมายของเจ้าของบ้าน

สรุป: ค่าไฟเท่ากัน ไม่ได้หมายความว่าควรติดเท่ากัน

ยอดค่าไฟเป็นข้อมูลเริ่มต้นที่มีประโยชน์ แต่คำตอบที่ดีต้องมาจากการดูว่าไฟถูกใช้เมื่อไร หลังคาผลิตได้แค่ไหน และเจ้าของบ้านต้องการลดค่าไฟหรือสำรองไฟในช่วงใด การออกแบบจากข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงทั้งการติดตั้งเล็กเกินไปและการลงทุนเกินความจำเป็น

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ยอดค่าไฟเดือนเดียวเลือกขนาดโซลาร์ได้ไหม?

ใช้ประเมินเบื้องต้นได้ แต่ควรดูหลายเดือนและสอบถามช่วงเวลาใช้ไฟร่วมกัน โดยเฉพาะบ้านที่ไม่มีคนอยู่กลางวันหรือมีโหลดพิเศษอย่าง EV

บ้านใช้ไฟตอนกลางคืนเยอะ ต้องมีแบตเตอรี่หรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป ต้องเปรียบเทียบเป้าหมายไฟสำรอง การย้ายเวลาใช้ไฟ อัตราค่าไฟ ต้นทุนแบตเตอรี่ และโหลดจริงก่อน

มี EV แล้วต้องเพิ่มขนาดโซลาร์ทันทีหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับระยะทางที่ขับ ปริมาณพลังงานที่ชาร์จ และเวลาที่รถอยู่บ้าน หากชาร์จช่วงกลางวันได้ โซลาร์อาจรองรับโหลดได้โดยตรงมากกว่าการชาร์จกลางคืน

อยากรู้ว่าบ้านของคุณเป็นแบบไหน?

ส่งบิลย้อนหลังที่ปกปิดข้อมูลส่วนตัว พร้อมบอกช่วงเวลาที่อยู่บ้าน เปิดแอร์ และชาร์จ EV ให้ทีมวิศวกร Elise ช่วยประเมินเบื้องต้น

ส่งข้อมูลให้วิศวกรทาง LINE