คำตอบสั้น ๆ: โซลาร์มีโอกาสช่วยลด Demand Charge ได้ เมื่อกำลังผลิตเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่กิจการดึงกำลังไฟสูงสุดจากโครงข่าย แต่ไม่ได้ลดโดยอัตโนมัติ หากพีกเกิดช่วงเย็น กลางคืน หรือวันที่โซลาร์ผลิตต่ำ ค่าพีกอาจแทบไม่เปลี่ยน แม้หน่วยไฟรวมทั้งเดือนจะลดลงแล้วก็ตาม

Demand Charge คือค่าอะไร?

Demand Charge คือค่าใช้จ่ายที่อิงกับระดับกำลังไฟฟ้าสูงสุดของกิจการ ไม่ใช่พลังงานสะสมทั้งเดือน หน้าอัตราค่าบริการพลังงานของสำนักงาน กกพ. อธิบายความต้องการพลังไฟฟ้าของอัตราที่เกี่ยวข้องว่าเป็นกำลังไฟฟ้าเฉลี่ยในช่วง 15 นาทีที่สูงสุดในรอบเดือน หน่วยเป็นกิโลวัตต์ (kW)

ลองนึกถึงทางเข้าลานสินค้า: kWh คือจำนวนรถทั้งหมดที่ผ่านตลอดเดือน ส่วน kW คือจำนวนรถที่พยายามเข้าพร้อมกันในช่วงที่แน่นที่สุด ต่อให้จำนวนรถรวมลดลง แต่ถ้ายังมีช่วงหนึ่งที่รถเข้าพร้อมกันมากเท่าเดิม “พีก” ก็อาจยังสูงเท่าเดิม

kWกำลังไฟ ณ ช่วงเวลา ใช้อธิบายโหลดและ Demand
kWhพลังงานสะสมตามเวลา ใช้อธิบายหน่วยไฟที่ใช้
kWpกำลังพิกัดของชุดแผง ไม่ใช่กำลังผลิตจริงทุกขณะ

ติดโซลาร์แล้ว Demand Charge ลดหรือไม่?

ให้มองโหลดที่การไฟฟ้าเห็นเป็น โหลดของกิจการ ลบด้วยกำลังที่โซลาร์ผลิตและถูกใช้ในเวลาเดียวกัน ถ้าโรงงานมีโหลดสูงช่วงกลางวันและโซลาร์กำลังผลิตดี โหลดจากโครงข่ายในช่วงนั้นย่อมมีโอกาสลดลง แต่ถ้าพีกใหม่เลื่อนไปอยู่ช่วงอื่น หรือเกิดในวันที่เมฆมาก ค่า Maximum Demand ของเดือนอาจยังสูง

งานวิเคราะห์อัตราค่าไฟของ NREL ระบุชัดว่า การหามูลค่าการลด Demand จาก PV ต้องใช้ Load Profile เพราะ Demand มักอิงพีกของอาคารในแต่ละเดือน หลักการนี้ตรงกับสิ่งที่ต้องทำในไทย แม้รายละเอียดอัตราค่าไฟต้องยึดประกาศและบิลของการไฟฟ้าไทย

3 รูปแบบพีกที่ให้คำตอบต่างกัน

01

โหลดสูงต่อเนื่องช่วงกลางวัน

ถ้ากระบวนการผลิต เครื่องปรับอากาศ หรือระบบทำความเย็นใช้กำลังสูงในช่วงที่โซลาร์ผลิตได้สม่ำเสมอ ระบบมีโอกาสลดทั้งหน่วยไฟและกำลังที่ดึงจากโครงข่าย แต่ยังต้องทดสอบวันที่ผลิตต่ำและเดือนที่โหลดเปลี่ยน

02

พีกเกิดช่วงเย็นหรือกลางคืน

แผงไม่สามารถลดโหลดในช่วงที่ไม่มีแสงโดยตรง แม้ระบบใหญ่ขึ้นก็ไม่แก้พีกช่วงนั้นโดยอัตโนมัติ ทางเลือกอาจเป็นการจัดตารางโหลด การควบคุมอุปกรณ์ หรือระบบกักเก็บพลังงาน ซึ่งต้องประเมินเป็นอีกโจทย์หนึ่ง

03

พีกสั้นและเกิดไม่แน่นอน

การเปิดเครื่องกำลังสูงพร้อมกัน เมฆผ่าน หรือแผนผลิตที่เปลี่ยนรายวัน อาจสร้างพีกใหม่ได้ การใช้ค่าเฉลี่ยรายเดือนหรือกราฟ “วันสวย” เพียงวันเดียวจึงไม่พอสำหรับยืนยันผลลด Demand

ทำไมบิลรายเดือนอย่างเดียวไม่พอ?

บิลช่วยบอกประเภทอัตรา หน่วยไฟ ค่า Demand และแนวโน้มย้อนหลังได้ แต่ไม่บอกละเอียดว่าเครื่องจักรชุดใดเริ่มพร้อมกัน หรือพีกเกิดก่อนเที่ยง บ่ายแก่ หรือหลังพระอาทิตย์ตก การประเมินจากยอดค่าไฟรวมจึงตอบได้เพียงว่า “ควรตรวจต่อไหม” ไม่ควรใช้ฟันธงขนาดระบบหรือผลลดพีก

บิลหลายรอบเดือนดูประเภทอัตรา Demand ที่เรียกเก็บ ฤดูกาลผลิต และเดือนผิดปกติ หากมีครบ 12 เดือนจะเห็นภาพรอบปีได้ดีกว่าเดือนเดียว
Interval Loadข้อมูลกำลังไฟตามช่วงเวลาจากมิเตอร์หรือระบบ Monitoring ช่วยระบุเวลา ความสูง และความถี่ของพีก
ตารางเดินเครื่องเวลากะ วันหยุด การ Start มอเตอร์ ระบบทำความเย็น ปั๊ม ลมอัด และ EV Charger อธิบายว่าพีกเกิดจากอะไร
ศักยภาพโซลาร์ตามเวลาพื้นที่ ทิศ มุม เงา อัตราส่วน DC/AC และข้อจำกัดการเชื่อมต่อ ทำให้กำลังผลิตจริงไม่เท่ากับป้าย kWp

ก่อนเชื่อตัวเลขลด Demand ขอหลักฐาน 5 อย่าง

  1. กราฟโหลดเดิมที่เห็นเวลาพีก
    ระบุวันที่ เวลา และความละเอียดข้อมูล ไม่แสดงเฉพาะค่า Maximum ตัวเดียว
  2. สมมติฐานกำลังผลิตโซลาร์ในแกนเวลาเดียวกัน
    รวมทิศหลังคา เงา การสูญเสีย และข้อจำกัด Inverter ที่ใช้ในแบบจำลอง
  3. กราฟโหลดสุทธิจากโครงข่ายหลังติดตั้ง
    ให้เห็นว่าพีกเดิมหายไปจริงหรือเพียงเลื่อนไปช่วงอื่น
  4. สถานการณ์ที่ผลลัพธ์ไม่สวย
    เช่น วันที่เมฆมาก เดือนโหลดสูง หรือการเปิดเครื่องพร้อมกัน เพื่อไม่ให้คำตอบอิงวันตัวอย่างเพียงวันเดียว
  5. แยกข้อมูลวัดจริงออกจากผลจำลอง
    ระบุช่วงข้อมูล แหล่งที่มา สมมติฐาน และสิ่งที่ยังไม่ทราบให้ตรวจสอบย้อนหลังได้

ต้องมีแบตเตอรี่เพื่อ Peak Shaving ไหม?

แบตเตอรี่อาจช่วยจ่ายกำลังในช่วงพีกได้ แต่ไม่ใช่คำตอบอัตโนมัติ ต้องกำหนดก่อนว่าต้องการลด Demand ลดค่า Energy สำรองไฟ หรือทำหลายหน้าที่ร่วมกัน เพราะแต่ละเป้าหมายต้องการกำลังจ่าย (kW) ความจุพลังงาน (kWh) และวิธีควบคุมต่างกัน

การออกแบบ Peak Shaving ต้องรู้ว่าพีกเกิดนานเท่าไร คาดการณ์ได้หรือไม่ ระบบจะสั่งจ่ายทันหรือไม่ และยังเหลือพลังงานพอเมื่อเกิดพีกครั้งถัดไปหรือเปล่า นอกจากนี้ต้องรวมรอบการใช้งาน อุณหภูมิ พื้นที่ ความปลอดภัย การรับประกัน และต้นทุนตลอดอายุระบบ ห้ามสรุปความคุ้มจากความจุแบตเตอรี่เพียงตัวเดียว

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนให้วิศวกรตรวจ

  • บิลค่าไฟธุรกิจหลายรอบเดือน โดยปิดข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นก่อนส่ง
  • ประเภทกิจการ วันทำงาน เวลากะ และช่วงหยุดเครื่องตามปกติ
  • รายการเครื่องจักรหรืออุปกรณ์กำลังสูง และเวลาที่มักเปิดพร้อมกัน
  • ข้อมูล Interval Load หรือไฟล์จากระบบวัดพลังงาน หากมี
  • แผนเพิ่มเครื่องจักร กำลังผลิต ห้องเย็น หรือ EV Charger
  • เป้าหมายหลักของโครงการ: ลดหน่วยไฟ ลดพีก สำรองไฟ หรือเพิ่มความต่อเนื่องในการทำงาน

ถ้ายังไม่มี Interval Load บิลและเวลาทำงานยังใช้คัดกรองเบื้องต้นได้ จากนั้นจึงตัดสินใจว่าควรเก็บข้อมูลเพิ่มนานแค่ไหนก่อนออกแบบ ไม่จำเป็นต้องเดาตัวเลขให้ดูครบตั้งแต่วันแรก

คำถามที่พบบ่อย

ติดโซลาร์แล้ว Demand Charge จะลดทุกเดือนหรือไม่?

ไม่เสมอไป ผลขึ้นกับเวลาที่เกิดพีก กำลังผลิตโซลาร์ในช่วงเดียวกัน สภาพอากาศ และเงื่อนไขอัตราค่าไฟของกิจการ จึงควรประเมินหลายเดือนและหลายสถานการณ์

ใช้เฉพาะบิลค่าไฟประเมินการลด Demand ได้ไหม?

บิลใช้คัดกรองเบื้องต้นได้ แต่การประเมินที่น่าเชื่อถือต้องมีข้อมูลโหลดตามเวลาและสมมติฐานกำลังผลิตโซลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน

ถ้าพีกเกิดกลางคืน โซลาร์ช่วยลด Demand ได้ไหม?

แผงโซลาร์ไม่ลดการดึงไฟในช่วงที่ไม่มีแสงโดยตรง ต้องพิจารณาการจัดการโหลดหรือระบบกักเก็บพลังงานแยกจากการติดแผง และตรวจความคุ้มจากข้อมูลจริง

ระบบโซลาร์ใหญ่ขึ้นจะลด Demand ได้มากขึ้นเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป เพราะขนาดแผงเป็น kWp แต่ Demand วัดเป็น kW ของโหลดจากโครงข่ายในช่วงเวลาที่กำหนด จึงไม่ควรนำสองตัวเลขมาหักกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง

หลังติดตั้งควรตรวจผลจากข้อมูลอะไร?

เทียบโหลดจากโครงข่าย หน่วยไฟ Demand และกำลังผลิตโซลาร์ในเวลาเดียวกัน พร้อมดูวันที่พีกใหม่เกิดขึ้น การดูเฉพาะพลังงานที่โซลาร์ผลิตรวมยังไม่พอจะยืนยันผลลด Demand

อย่าเพิ่งเลือกขนาดโซลาร์จากยอดค่าไฟรวม

ส่งบิลค่าไฟธุรกิจพร้อมเวลาทำงานของสถานประกอบการ ให้ทีม Elise ช่วยคัดกรองเบื้องต้นว่า ควรวิเคราะห์ Demand และโหลดตามเวลาต่อหรือไม่ การตรวจเบื้องต้นไม่ใช่ผลออกแบบหรือการรับประกันยอดประหยัด

ส่งข้อมูลเพื่อตรวจ Demand เบื้องต้น